มุมมองของ Donald Trump ต่อแอปพลิเคชันจีนในบริบทเทคโนโลยีและความมั่นคง

Image
Image
Image
Image
Image

ประเด็นเรื่องแอปพลิเคชันจากจีนกลายเป็นส่วนหนึ่งของความขัดแย้งทางเทคโนโลยีระหว่างสหรัฐอเมริกากับจีน โดยเฉพาะเมื่อแพลตฟอร์มเหล่านี้มีผู้ใช้งานจำนวนมากในสหรัฐฯ หนึ่งในนักการเมืองที่มีจุดยืนต่อเรื่องดังกล่าวอย่างชัดเจนคือ Donald Trump

มุมมองของ Trump ต่อแอปจีนไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของการแข่งขันระหว่างบริษัทเทคโนโลยี แต่เชื่อมโยงกับประเด็นด้านความมั่นคงของข้อมูล การควบคุมเทคโนโลยี ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ กับจีน และอำนาจทางเศรษฐกิจในยุคดิจิทัล

หนึ่งในกรณีที่เห็นได้ชัดที่สุดคือ TikTok ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มวิดีโอสั้นที่ดำเนินงานโดย ByteDance บริษัทเทคโนโลยีจากจีน

จุดเริ่มต้นของจุดยืนต่อ TikTok

ในช่วงแรก Trump มีท่าทีแข็งกร้าวต่อ TikTok โดยเฉพาะในช่วงปี 2020 ซึ่งรัฐบาลสหรัฐฯ ในขณะนั้นแสดงความกังวลเกี่ยวกับการจัดการข้อมูลผู้ใช้งานและความเป็นไปได้ที่ข้อมูลอาจถูกเข้าถึงโดยรัฐบาลจีน

ประเด็นดังกล่าวทำให้เกิดความพยายามจำกัดการดำเนินงานของ TikTok ในสหรัฐฯ และมีความพยายามผลักดันให้กิจการในสหรัฐฯ ถูกขายหรือปรับโครงสร้างการถือครอง

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ของ TikTok และจุดยืนของ Trump เปลี่ยนแปลงไปตามเวลา


จุดยืนของ Trump ที่เปลี่ยนไป

ประเด็นที่น่าสนใจคือ Trump ในเวลาต่อมามีท่าทีที่แตกต่างจากช่วงแรกเกี่ยวกับ TikTok

ในปี 2024 ระหว่างการหาเสียงเลือกตั้งประธานาธิบดี Trump กล่าวว่าหากกลับมาเป็นประธานาธิบดี เขาจะไม่สนับสนุนการแบน TikTok ในลักษณะที่ทำให้แพลตฟอร์มหายไปจากตลาดสหรัฐฯ โดยให้เหตุผลส่วนหนึ่งว่า การกำจัด TikTok อาจทำให้แพลตฟอร์มขนาดใหญ่ของสหรัฐฯ เช่น Facebook และ Instagram มีอำนาจทางตลาดมากขึ้น

แนวคิดดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า Trump ไม่ได้มองประเด็นนี้จากมิติความมั่นคงเพียงอย่างเดียว แต่ยังพิจารณาเรื่องการแข่งขันในตลาดและอำนาจของบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ของสหรัฐฯ ด้วย


TikTok กับประเด็นความมั่นคงแห่งชาติ

เหตุผลสำคัญที่ทำให้รัฐบาลสหรัฐฯ ให้ความสนใจ TikTok คือเรื่องข้อมูล

TikTok มีผู้ใช้งานจำนวนมาก และแพลตฟอร์มสามารถรวบรวมข้อมูลจากกิจกรรมของผู้ใช้งาน เช่น พฤติกรรมการรับชม ตำแหน่งโดยประมาณ ข้อมูลอุปกรณ์ และข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับการใช้งาน

ฝ่ายที่กังวลมองว่า หากบริษัทจีนต้องปฏิบัติตามกฎหมายของจีน อาจเกิดคำถามว่าข้อมูลบางประเภทจะได้รับการคุ้มครองจากการเข้าถึงของภาครัฐมากน้อยเพียงใด

ขณะที่ TikTok และ ByteDance ปฏิเสธข้อกล่าวหาว่ารัฐบาลจีนสามารถควบคุมข้อมูลผู้ใช้งานในสหรัฐฯ ได้ตามที่ฝ่ายกังวลตั้งข้อสังเกต

ประเด็นนี้จึงกลายเป็นข้อถกเถียงด้านเทคโนโลยีระหว่างสองประเทศ


มุมมองของ Trump ต่อการแข่งขันกับจีน

การมองแอปจีนของ Trump ต้องพิจารณาในบริบทที่กว้างกว่า TikTok

ในภาพรวม Trump มีแนวคิดเรื่องการปกป้องผลประโยชน์ของสหรัฐฯ และการแข่งขันกับจีนในหลายอุตสาหกรรม เช่น

  • เทคโนโลยี
  • เซมิคอนดักเตอร์
  • ปัญญาประดิษฐ์
  • โทรคมนาคม
  • แพลตฟอร์มดิจิทัล
  • สินค้าอุตสาหกรรม

ดังนั้น แอปพลิเคชันจากจีนจึงไม่ได้ถูกมองเป็นเพียงผลิตภัณฑ์ซอฟต์แวร์ แต่สามารถถูกมองว่าเป็นส่วนหนึ่งของการแข่งขันด้านเทคโนโลยีระหว่างสองมหาอำนาจ


TikTok แตกต่างจากแอปจีนทั่วไปอย่างไร

TikTok มีความสำคัญเป็นพิเศษเนื่องจากมีฐานผู้ใช้งานขนาดใหญ่ในสหรัฐฯ และมีอิทธิพลต่อวัฒนธรรมออนไลน์

ระบบแนะนำเนื้อหาของ TikTok สามารถทำให้วิดีโอแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว และทำให้แพลตฟอร์มมีอิทธิพลต่อ

  • ธุรกิจออนไลน์
  • การตลาด
  • วัฒนธรรมวัยรุ่น
  • Creator Economy
  • การโฆษณา
  • ข่าวสารบนโลกออนไลน์

ด้วยเหตุนี้ TikTok จึงมีความสำคัญมากกว่าแอปพลิเคชันทั่วไปที่มีฐานผู้ใช้ขนาดเล็ก


Trump กับแนวคิดเรื่องการควบคุม Big Tech

อีกมิติหนึ่งที่น่าสนใจคือ Trump มีท่าทีวิพากษ์วิจารณ์บริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ของสหรัฐฯ ในบางประเด็น

ดังนั้น เมื่อพิจารณา TikTok จึงเกิดคำถามว่า การจำกัดแพลตฟอร์มจีนจะช่วยสร้างการแข่งขันที่เป็นธรรม หรือกลับทำให้บริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ของสหรัฐฯ มีอำนาจมากขึ้น

นี่เป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้จุดยืนของ Trump ต่อ TikTok มีความซับซ้อนมากกว่าการแบ่งเป็นเพียง “สนับสนุนจีน” หรือ “ต่อต้านจีน”


แอปจีนกับข้อมูลส่วนบุคคล

ประเด็นสำคัญที่สุดที่ผู้ใช้งานควรให้ความสนใจคือ Data Privacy

ไม่ว่าจะเป็นแอปจากจีน สหรัฐฯ หรือประเทศอื่น ผู้ใช้งานควรพิจารณาว่า

  • แอปเก็บข้อมูลอะไร
  • ข้อมูลถูกนำไปใช้อย่างไร
  • ข้อมูลถูกเก็บไว้ที่ใด
  • ใครสามารถเข้าถึงข้อมูล
  • บริษัทเปิดเผยข้อมูลให้บุคคลที่สามหรือไม่
  • มีมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างไร

คำถามเหล่านี้มีความสำคัญมากขึ้นในยุคที่ข้อมูลกลายเป็นทรัพยากรสำคัญของเศรษฐกิจดิจิทัล


ผลกระทบต่อธุรกิจเทคโนโลยี

นโยบายของสหรัฐฯ ต่อแอปจีนสามารถส่งผลกระทบต่อบริษัทเทคโนโลยีทั่วโลก

หากประเทศขนาดใหญ่เริ่มจำกัดการใช้งานแพลตฟอร์มจากต่างประเทศ อาจทำให้บริษัทเทคโนโลยีต้องปรับโครงสร้างธุรกิจ เช่น

  • แยกข้อมูลตามประเทศ
  • ตั้งศูนย์ข้อมูลในประเทศที่ให้บริการ
  • เปลี่ยนโครงสร้างบริษัท
  • เพิ่มระบบรักษาความปลอดภัย
  • ปรับนโยบายความเป็นส่วนตัว

แนวโน้มดังกล่าวอาจทำให้อินเทอร์เน็ตโลกมีลักษณะ “แบ่งเป็นภูมิภาค” มากขึ้น


ผลกระทบต่อผู้ประกอบการไทย

สำหรับธุรกิจไทยที่ใช้แพลตฟอร์มจีนหรือสหรัฐฯ การเปลี่ยนแปลงด้านกฎระเบียบระหว่างประเทศก็มีความสำคัญเช่นกัน

ธุรกิจที่พึ่งพาแพลตฟอร์มใดแพลตฟอร์มหนึ่งมากเกินไปอาจมีความเสี่ยงหากเกิดการเปลี่ยนนโยบาย

แนวทางหนึ่งคือการกระจายช่องทาง เช่น

  • เว็บไซต์ของตัวเอง
  • Facebook
  • Instagram
  • TikTok
  • YouTube
  • Marketplace หลายแห่ง

การมีช่องทางหลายรูปแบบช่วยลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาแพลตฟอร์มเดียว


มุมมองในระยะยาว

ประเด็นแอปจีนไม่ได้มีเพียงเรื่อง TikTok แต่สะท้อนการแข่งขันระหว่างสหรัฐฯ กับจีนในเศรษฐกิจดิจิทัล

ในอนาคต ประเด็นที่น่าจับตามอง ได้แก่

  • AI
  • Cloud Computing
  • Semiconductor
  • Social Media
  • Digital Payment
  • E-commerce
  • Data Center
  • Cybersecurity

ประเทศต่าง ๆ มีแนวโน้มให้ความสำคัญกับการควบคุมข้อมูลและเทคโนโลยีที่มีผลต่อความมั่นคงมากขึ้น

ดังนั้นนโยบายของ Trump ต่อบริษัทเทคโนโลยีจีนจึงควรมองเป็นส่วนหนึ่งของการแข่งขันทางเทคโนโลยีที่กว้างกว่าเรื่องแอปพลิเคชันเพียงอย่างเดียว

สรุป

มุมมองของ Donald Trump ต่อแอปพลิเคชันจีน โดยเฉพาะ TikTok มีการเปลี่ยนแปลงตามช่วงเวลา จากจุดยืนที่แข็งกร้าวในปี 2020 ไปสู่ท่าทีที่ซับซ้อนขึ้นในช่วงการเลือกตั้งปี 2024

ประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่เพียงว่าแอปหนึ่งเป็นของบริษัทจีนหรือสหรัฐฯ แต่เกี่ยวข้องกับ ความปลอดภัยของข้อมูล ความเป็นส่วนตัว การแข่งขันทางธุรกิจ และความมั่นคงแห่งชาติ

กรณีของ TikTok จึงเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการที่เทคโนโลยีดิจิทัลกลายเป็นส่วนหนึ่งของการแข่งขันทางเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างสหรัฐฯ กับจีน และแนวทางที่รัฐบาลสหรัฐฯ เลือกใช้ต่อบริษัทเทคโนโลยีต่างชาติในอนาคตอาจส่งผลต่อทิศทางของอุตสาหกรรมดิจิทัลทั่วโลก

    Type above and press Enter to search. Press Esc to cancel.